อาจจะไม่เป็ที่คุ้นหูนักสำหรับชื่อของ อเมเลีย เอียร์ฮาร์ต นักบินหญิงคนแรกที่สามารถบินรอบโลก จากเมืองลาเอบนเกาะนิวกินีไปยังเกาะเฮาแลนด์ซึ่งอยู่ไกลออกไปถึง 4,113 กิโลเมตร เป็นการบินที่ยาวนานที่สุดในการบินรอบโลกของอเมเลีย เอียร์ฮาร์ตและเฟรด นูนัน และยังไม่เคยมีใครสามารถขับเครื่องบินรอบโลก ณ จุดที่กว้างที่สุดคือ ตามแนวศูนย์สูตรดังที่อเมเลียกำลังทำและยังไม่มีนักบินหญิงคนไหนขับเครื่องบินรอบโลกมาก่อน หลัเสร็จสิ้นการบินเป็นระยะทางทั้งสิ้น 46,670 กิโลเมตร อเมเลียจะได้เป็นเจ้าของสถิติด้านการบินเหล่านี้นอกเหนือจากสถิติอื่นๆที่เธอทำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงการเป็นนักบินเหญิงคนแรกที่บินเดี่ยวข้ามมาสมุทรแอตแลนติก อเมเลียได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวก่อนที่เธอจะออกเดินทางว่าการบินครั้งนี้จะเป็นการบินผาดโผนครั้งสุดท้ายของเธอเพื่อที่เธอจะไดมีชีวิตอย่างเงียบสงบเสียที...

ทว่าความฝันดังกล่าวคงไม่มีวันเป็นจริง ผู้คนที่ไปเฝ้าดูอเมเลียออกเดินทางจากเมืองลาเอในวันนั้นคือคนกลุ่มสุดท้ายที่ได้เห็นเธอ เครื่องบินของเธอหายสาบสูญไป ณ จุดใจจุดหนึ่งเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก อเมริกาต้องสูญเสียเลดี้ลินดี้ไปเสียแล้ว

เกือบ70ปีแล้วที่เธอได้หายสาบสูญไป แต่ชื่อเสียงของเธอนั้นยังคงอยู่ เหตุผลส่วนหนึ่งคือปริศนาเกี่ยวกับเที่ยวบินสุดท้ายของเธอ ซึ่งทุกวันนี้มีแต่งเติมเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแฟ้มลับหรือเบาะแสต่างๆที่พบได้ตามชายฝั่งหมู่เกาะทะเลใต้แต่เหตุผลหลักที่ทำให้เธอยังคงเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้เพราะอเมเลียเป็นวีรชนอเมริกันคนหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนที่ชื่อเสียงสะอาดไร้มลทินมาโดยตลอด

อเมเลีย เอียร์ฮาร์ต ก้าวขึ้นสู่เวทีโลกและยึดครองหัวใจของสาธารณชนในปี 1928 หลังจากเป็นสตรีคนแรกที่บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แทบไม่มีผู้ใดใส่ใจเลยว่านักบินชายสองคนซึ่งทำหน้าที่ขับเครื่องบินลำนั้น ไม่ยอมให้เธอแตะต้องคันบังคับเลยสักครั้งเดียว(ทั้งๆที่อเมเลียมีใบอนุญาต)และแม้อเมเลียจะโต้แย้งว่าส่วนใหญ่เธอได้แต่นั่งนิ่งๆตลอดระยะเวลากาบินทั้ง 20 ชั่วโมง 40 นาที ชาวโลกก็ยังเชิดชูและยกย่องให้เธอเป็นวีรสตรีอยู่นั่นเอง ทั้งนี้เนื่องจาก ชาร์ลส์ ลินด์เบิร์ก เพิ่งบินดี่ยวข้ามมหาสมุทรดังกล่าวได้สำเร็จเมื่อปีก่อน และก่อนหน้านี้เพียง 10 เดือน็มีนักบินเสียชีวิตขณะพยายามบินตามรอยลินด์เบิร์กถึง 14 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีนักบินหญิง 3 คนรวมอยู่ด้วย

ก่อนหน้าที่อเมเลียจะหันมาเอาดีด้านการบิน เธอได้ยึดอาชีพสอนหนังสือแก่เด็กอพยพในบอสตัน ในสมัยนั้นมีผู้หญิงน้อยคนนักที่เข้าสู่วงการอาชีพที่ชายเป็นใหญ่และความสำเร็จของอเมเลียก็ช่วยปูทางให้กับลูผู้หญิงรุ่นหลังได้เจริญรอยตามในสิ่งที่เคยเป็นเรื่องต้องห้าม...

อ้างอิง National Geographic ธันวาคม 2546

ข้อมูลอาจจะน้อยไปเสียหน่อย(ย่อพอสมควร) แต่นี้ก็เป็นอีกหนึ่งวีรสตรีที่ชื่นชอบละนะคะ เธอยอมเสี่ยงเพื่อทำในสิ่งที่เธอรักและสุดท้ายเธอก็ต้องแลกด้วยชีวิต...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ประกาศ! (ไม่รุแกจะเห็นมั้ยนะนี่ - -)

ภายในเดือนมีนานี้ เรามาจัด Meeting CCC กานนนนนนนนนน

พูดซะเหมือนจะหรู -*- ก็แค่มาเที่ยวกันั่นแหละ คิดถึงว้อย อยากเจอพวกแกทุกคน


เรื่องวันยังไม่ได้กำหนด

ส่วนเวลา และ จุดนัดพบ เรียบร้อยแล้ว


12.00 เที่ยงตรงที่ตึกน้ามนะจ๊ะ! ok? มีปัญหาโดนถีบ อ้อ... หิ้วท้องมากินข้าวด้วย ไม่ได้กินด้วยกันนานแล้ว ย้อนความหน่อยquestion



ปล. ฝากกระจายด้วย เพราะพี่ชอบมาสิงตอนกลางคืน ไม่เจอพวกแกแล้ว

ปล2. ขอแบบเร็วที่สุดนะ เพราะถ้าขึ้นเดือนหน้าไอ้เป็ดมันจะไม่ว่างแล้ว

ปล3. ได้ความยังไงโทรหาพี่เลย ไม่ต้องรอเอ็ม ช่วงนี้ออนตอนเที่ยงคืน =___,=

ปล4. คิดถึงพวกแกว้อยยยยยยยยยยยยยยยยย

#1 By Zenri. (125.27.2.19) on 2008-03-19 01:47

เจ้าค่ะcry

รับทราบแล้ว

#2 By Bellona Esperanza on 2008-03-22 12:03

ว้าว ช่างเป็นความรู้ที่น่าสนใจเสียนี่กระไร

#3 By Jowkun on 2008-04-23 23:51

เก่งมาก

#4 By โอม (118.173.16.94) on 2009-09-30 22:04

เ ก่ ง น ะ ค รั บ


บิ น ไ ด้ ไ ง วุ้ ย ย ย ! ! !


แ ต่ ก็ เ ก้ ง ง เ ก่ ง cry

#5 By ราฟ-^^- (125.26.23.195) on 2009-10-27 20:29